top of page

ถ้าคุณมีหน้าร้าน การตลาดบน Google Maps คือที่สุด

  • yordyod
  • Jul 14, 2021
  • 3 min read

เรียบเรียงโดย ยอดยศ ลิ้มรสธรรม


ทุกวันนี้ แอปที่ทุกคนต้องมีติดในมือถือ หนึ่งในนั้นจะต้องเป็น Google Maps แน่ๆ Google Maps เป็นหนึ่งในแอปที่ Google ใช้เวลาในการปรับแต่งและปรับปรุงมากที่สุด และมันก็สุดยอดจริงๆ


บอกเลยว่า ผมเองไม่ได้มีปัญหากับการแยกทิศทางนะครับ แต่ผมก็ใช้ Google Maps ตลอดเวลาที่ขับรถหรือเดินทาง เพราะมันช่วยเราประหยัดเวลาได้อย่างมาก GPS ของ Google ช่วยบอกพิกัดของสถานที่เป้าหมาย แนะนำเส้นทางที่เร็วที่สุด ทำให้การขับรถไปในสถานที่ที่ไม่รู้จักเป็นเรื่องง่าย เมื่อใช้ Google Maps เราแทบจะลืมแผนที่แบบกระดาษพับไปเลย Google Maps เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากที่สุดอย่างหนึ่งที่ Google มอบให้กับโลก และนอกจากการเป็นเครื่องมือที่ช่วยเรื่องการเดินทางที่ทรงประสิทธิภาพแล้ว Google Maps ยังเป็นเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ


การตลาดบน Google Maps คืออะไร?

การตลาดของ Google Maps เป็นกระบวนการของการใช้ฟังก์ชันการทำงานของ Google Maps เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาธุรกิจของเราได้ สิ่งนี้เป็นประโยชน์ทั้งสำหรับบริษัทขนาดใหญ่และธุรกิจขนาดเล็ก และวัตถุประสงค์สูงสุดของการตลาดของ Google Maps คือได้ตำแหน่งสูงสุดบนหน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหาของ Google เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาและเห็นธุรกิจของเราก่อนคู่แข่ง การทำการตลาดบน Google Map หรือที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกกันว่า Google's Local Snack Pack เหมาะสำหรับธุรกิจหรือร้านค้าที่มีสถานที่ตั้งแน่ชัด ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ ร้านดอกไม้ ร้านบริการรถยนต์ คลินิก ร้านนวด จนกระทั่งบริษัทหรือกิจการ ที่จัดจำหน่ายสินค้าและบริการทุกประเภทให้กับคนในพื้นที่ ถ้าคุณเป็นแบรนด์หรือธุรกิจระดับนานาชาติ ซึ่งจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการแก่ลูกค้าในหลากหลายประเทศทั่วโลก การตลาดบน Google Map ก็อาจจะไม่จำเป็นสำหรับธุรกิจของคุณ


ผลลัพธ์ชองการค้นหาบน Google Maps

หลักการของการตลาดบน Google Map คือ Google จะเลือกแสดงแผนที่ (Map) ของร้านค้าหรือกิจการ เพียงแค่ 3 แห่งต่อ 1 คำศัพท์ของการค้นหาเท่านั้น เช่น เมื่อพิมพ์คีย์เวิร์ดในช่องค้นหาของกูเกิ้ล จะมีแผนที่ของร้านที่เราสนใจเพียงแค่ 3 แห่งเท่านั้น ที่ปรากฏอยู่บนหน้าผลลัพท์ของการค้นหา ซึ่งร้านค้าหรือกิจการเหล่านี้จะมีโอกาสได้แสดงชื่อร้าน ประเภทของกิจการ/ร้านค้า สถานที่ตั้ง เวลาทำการ เรตติ้ง และข้อมูลรีวิว หรือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์และเว็บไซต์ เมื่อลูกค้าทำการค้นหาด้วยโทรศัพท์มือถือแบบ Smartphone

อย่างไรก็ตาม การที่ร้านค้าหรือธุรกิจของเราจะขึ้นไปอยู่บน Google Snack Pack ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการแข่งขันของการทำอันดับใน Google ของแต่ละธุรกิจ ซึ่งในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง เว็บไซต์ของคุณควรที่จะต้องปรากฏอยู่บนหน้าแรกของ Google เป็นอย่างน้อย

การค้นหาบน Google Maps จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งธุรกิจของเราเป็นสำคัญ หากเราเคยค้นหาธุรกิจประเภทใดประเภทหนึ่งจากอุปกรณ์มือถือของเรา เราจะพบผลลัพธ์ในลักษณะเช่นนี้:


ในตัวอย่างข้างต้น ถ้าเราค้นหา "ร้านหนังสือ" จะได้รับผลลัพธ์คือ Barnes & Noble ได้ครองตำแหน่งสูงสุด ด้วยการโฆษณา หรือในกรณีอื่น อาจจะเป็นผลมาจากปริมาณการค้นหาที่สูง หรือ การทำ SEO ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ในส่วนของแผนที่เป็นสิ่งที่เราสนใจ

รายชื่อ Google Maps จะถูกจัดลำดับความสำคัญ ตามตำแหน่งที่ตั้งของธุรกิจ โดยตำแหน่ง "A" จะอยู่ใกล้ที่สุดและโดดเด่นที่สุด นอกจากนี้ยังมีตำแหน่ง “B” และ “C” ให้เลือกเพิ่มเติม หรือในบางครั้ง ลูกค้าบางคนจะนิยมค้นหาด้วยคีย์เวิร์ด “ใกล้ฉัน” พวกเขาก็จะได้รับการแนะนำธุรกิจที่อยู่ใกล้พวกเขาในลักษณะเดียวกันนี้


อันดับของผลลัพธ์ของ Google Maps

แม้ว่าผลลัพธ์ของ Google Maps จะอิงตามระยะทางเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่ผลลัพธ์อย่างเดียวที่ Google Maps นำเสนอ เนื่องจากผู้ใช้บางคนไม่ได้เปิดใช้งานข้อมูลตำแหน่งบนอุปกรณ์มือถือของตน หรือบางครั้งเราต้องการหารายชื่อธุรกิจล่วงหน้า ก่อนที่เราจะไปถึงที่นั่น ดังนั้น "อันดับ" การค้นหาของ Google Maps จึงมักแสดงผลลัพธ์เหล่านี้ในการค้นหา เช่น การค้นหา “ทันตแพทย์” ในรูปด้านล่าง:

จะพบว่า อันดับบนสุดของผลลัพธ์ คือ Dr. Kourosh Maddahi ซึ่งเป็นทันตแพทย์ ที่ North Roxbury Drive ซึ่งมีคะแนนผู้ป่วยเฉลี่ย 4.8 จาก 5 ดาว จาก 37 รีวิวของ Google


ปัจจัยในการเรียงลำดับของ Google Maps

ในการค้นหานี้ เราลองค้นหาธุรกิจที่อยู่ส่วนอื่นของประเทศ ดังนั้น Google จะไม่แสดงผลลัพธ์ที่ระยะทางใกล้กับเรา ซึ่งหากเราดูที่อันดับสองของผลลัพธ์การค้นหา ในตัวอย่างข้างต้น จะพบว่า สถานประกอบการด้านทันตกรรมของ Dr. Arthur Glosman ที่ตั้งอยู่ที่ North Roxbury มีคะแนนรีวิวสูงกว่าอันดับหนึ่งเล็กน้อยที่ 4.9 จาก 5 โดยอิงจาก 51 รีวิวของ Google แต่อันดับที่ได้รับ กลับต่ำกว่าของ Dr. Maddahi ที่เป็นอันดับหนึ่ง ที่เป็นเช่นนี้เพราะ Google ไม่ได้จัดอันดับผลลัพธ์ของ Maps โดยพิจารณาจากการให้คะแนนของลูกค้าเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับ Google My Business ของเราได้รับการปรับให้เหมาะสมดีเพียงใด


Google My Business คืออะไร

Google My Business เดิมเรียกว่า Google Places ช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถอ้างสิทธิ์ในรายชื่อธุรกิจของตนที่อาจปรากฏในผลการค้นหาของ Google แทบทุกประเภทของธุรกิจ สามารถอ้างสิทธิ์ในรายชื่อ Google My Business ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่ผู้ค้นหาอาจต้องการทราบ เช่น ที่อยู่ เวลาเปิดทำการ และการให้คะแนนของลูกค้า


รายการตรวจสอบการเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดของ Google Maps

แม้ว่าธุรกิจจำนวนมากจะอ้างสิทธิใน Google My Business แต่หลายๆ คนก็เพียงแค่ลงทะเบียนธุรกิจและให้ข้อมูลคร่าวๆ เท่านั้น จึงส่งผลให้มีการมองเห็นน้อยลงและอันดับใน Google Maps โดยรวมแย่ลง แล้วเราทำอะไรได้บ้าง? นี่คือรายการตรวจสอบเพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพรายชื่อ Google Maps ของเราเพื่อการมองเห็นสูงสุด


ใส่้ข้อมูลที่อยู่ให้สมบูรณ์

การทำให้ที่อยู่ของเราถูกต้องอาจดูเหมือนเป็นส่วนที่ง่ายที่สุดในรายชื่อ Google My Business ของเรา แต่บางคนก็ยังเข้าใจผิดอยู่


เมื่อป้อนที่อยู่ของเราในโปรไฟล์ Google My Business เราต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้ข้อมูลที่อยู่เดียวกันกับที่ไปรษณีย์ใช้ ซึ่งรวมถึงข้อมูลห้อง ห้องชุด ชื่อถนน ชื่อตำบล ชื่ออำเภอ ชื่อจังหวัด รหัสไปรษณีย์ และอื่นๆ ที่ช่วยให้ค้นหาธุรกิจของเราได้ง่ายขึ้น อย่าลืมตรวจสอบการเว้นวรรค หรือข้อผิดพลาดในการจัดรูปแบบอื่นๆ เนื่องจากข้อผิดพลาดเล็กน้อยในการจัดรูปแบบที่อยู่อาจรบกวนการจัดอันดับ Google Maps ของเราได้

สิ่งอื่นที่ต้องตรวจสอบคือ ที่อยู่ของเรามีการแสดงอยู่ในแผนที่ของเราแล้ว เพราะในการตั้งค่า Google My Business จะมีช่องทำเครื่องหมายให้เลือกว่าเราต้องการให้แสดงข้อมูลที่อยู่ของเราหรือไม่ เราควรตรวจสอบจุดนี้ด้วย เพราะยิ่งเราให้ข้อมูลกับ Google มากเท่าไร โอกาสที่เราจะอยู่ในอันดับที่สูงขึ้นในผลลัพธ์ของ Maps ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น


ระบุพื้นที่ที่เราให้บริการ

ธุรกิจบางแห่งมีหน้าร้านจริงหรือที่ตั้ง แต่ยังให้บริการพื้นที่ที่กว้างขึ้น เช่น บริการจัดส่งดอกไม้หรือผู้ให้บริการเปลี่ยนยางรถยนต์นอกสถานที่ เป็นต้น หากสิ่งนี้ใช้ได้กับธุรกิจของเรา เราจำเป็นต้องระบุว่ามีบริการใดบ้าง ในโปรไฟล์ Google My Business ของเรา ซึ่งอาจรวมถึงชื่อเมืองที่เราให้บริการ หรือรัศมีทางภูมิศาสตร์ (เป็นกิโลเมตร) จากที่ตั้งร้านของเราป

เราสามารถระบุด้วยว่าเราให้บริการลูกค้าที่สถานที่ตั้งหลักของธุรกิจของเราจริงๆ หรือไม่ หากไม่ เราก็สามารถระบุว่าการบริการของเรา ผ่านโทรศัพท์เท่านั้น เป็นต้น


รับการยืนยันรายชื่อธุรกิจของเราใน Google My Business

การยืนยันรายชื่อ Google My Business ควรเป็นรายการถัดไปในรายการสิ่งที่ต้องทำ กระบวนการยืนยันอาจใช้เวลาถึงสองสัปดาห์ เนื่องจากโดยปกติ Google ยืนยัน โดยการส่งไปรษณียบัตรพร้อม PIN ที่ไม่ซ้ำกันไปยังที่อยู่จริงที่ระบุไว้ในโปรไฟล์ Google My Business ของเรา เพื่อยืนยัน โดย Google อนุญาตให้บางธุรกิจยืนยันความเป็นเจ้าของทางโทรศัพท์


ตรวจสอบหมวดหมู่ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา

ธุรกิจจำนวนมากระบุเฉพาะหมวดหมู่หลักเมื่อสร้างโปรไฟล์ Google My Business ซึ่งเป็นการพลาดโอกาสครั้งใหญ่ในการเพิ่มประสิทธิภาพ แม้ว่าเราจะต้องระบุหมวดหมู่หลักเพื่อสร้างรายชื่อใน Google My Business จริงๆ ก็ตาม เราควรเพิ่มเติมหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราได้ด้วย


ขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง หากบริษัทของเรา มีบริการที่เกี่ยวข้องมากมาย ตัวอย่างเช่น หากเราบริหารเอเจนซี่การตลาดดิจิทัล เราอาจตั้ง "การตลาดทางอินเทอร์เน็ต" เป็นหมวดหมู่หลัก และรวม SEO, PPC, การตลาดเนื้อหา, การตลาดทางอีเมล และการโฆษณาบนโซเชียลมีเดียเป็นหมวดหมู่เพิ่มเติม ยิ่งเราให้ข้อมูลกับ Google มากเท่าไหร่ รายชื่อ Google My Business ของเราก็จะยิ่งแม่นยำและเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น


เพิ่มประสิทธิภาพการแนะนำของเรา

บทนำของ Google My Business เป็นข้อมูลสรุปของบริษัท ผลิตภัณฑ์และบริการที่เรานำเสนอ และสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งธุรกิจจำนวนมากไม่สนใจที่จะใช้เวลาในการทำเช่นนี้ ซึ่งเป็นการพลาดโอกาสอีกครั้งในการเพิ่มประสิทธิภาพ

บทนำของเราควรประกอบด้วยทุกสิ่งที่ ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า อาจจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับธุรกิจของเรา เช่น สิ่งที่เราทำ เราอยู่ที่ไหน และเหตุใดธุรกิจของเราถึงดีที่สุด เราสามารถแทรกลิงก์ไปยังหน้าที่เกี่ยวข้องของเว็ปไซต์ของเราในบทนำได้ แต่โปรดระวังการใส่ลิงก์และคำหลักควรอยู่ภายใต้มาตรฐานของ Google การยัดเยียดลิงก์และคีย์เวิร์ดลงในบทนำของเราเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ มันอาจส่งผลให้ Google ปฏิเสธเรา ดังนั้น จงเลือกใช้คำคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องในบทนำของเราให้ดี ใช้เวลาเขียนบทนำให้น่าสนใจโดยคำนึงถึงผู้ค้นหา

ดังตัวอย่างเอเจนซี่การตลาดดิจิทัลด้านบน หากเรานำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่หลากหลาย ให้ใช้รายการหัวข้อย่อยแทนที่จะเขียนแบบรวมๆ กัน ซึ่งจะทำให้อ่านง่ายขึ้น และเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้การแนะนำของเราโดนใจผู้ที่ค้นหาธุรกิจของเรามากขึ้น


ใส่รูปภาพใน Google My Business ของเรา

Google Maps เป็นแพลตฟอร์มที่แสดงรูปถ่ายของเราได้ชัดเจนนอกเหนือไปจากแผนที่ ธุรกิจที่มีรายชื่อบน Google ที่มีรูปถ่ายจะน่าสนใจกว่าธุรกิจที่ไม่มี ซึ่งทำให้ธุรกิจของเราโดดเด่น และการเพิ่มรูปภาพอาจเป็นโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพได้เช่นกัน

ดูตัวอย่างของธุรกิจที่มีการเพิ่มรูปถ่ายที่น่าสนใจบน Google My Business:

ธุรกิจนั้นดูดีขึ้นด้วยภาพที่คมชัดและเป็นมืออาชีพ สิ่งนี้ทำให้ร้าน Dillons ดูเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดใจมากกว่าการไม่มีรูปภาพ ผู้ใช้ยังสามารถเลื่อนดูรูปภาพธุรกิจของเราเพิ่มเติม ซึ่งอาจมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากสภาพแวดล้อมมีความสำคัญต่อสถานประกอบการของเรา เช่น ร้านอาหาร หรือ สถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การรวบรวมรูปภาพใน Google My Business เป็นมากกว่าการดูสวย เรายังสามารถปรับแต่งรูปภาพเองเพื่อเพิ่มการมองเห็นได้อีกด้วย เราสามารถใช้แอพแต่งภาพเพื่อเพิ่มข้อมูลเมตาให้กับรูปภาพของเรา ทำให้ค้นหาได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น เราอาจเพิ่มข้อมูลเมตาต่อไปนี้ลงในรูปภาพของเราเพื่อให้เหมาะสมที่สุด

· ที่อยู่ทางกายภาพ / ละติจูดและลองจิจูด

· แท็กเมือง / ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ / ประเทศ

· คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา

· ความคิดเห็นเกี่ยวกับบริการที่เกี่ยวข้องที่นำเสนอในสถานที่ของเรา

· ข้อมูลการจัดหมวดหมู่เพิ่มเติม

· อัปเดตเมื่อข้อมูลของเราเปลี่ยนแปลงไปด้วย


ขอรีวิวจากลูกค้า

ขอยกตัวอย่าง ความคิดเห็นของผู้ใช้ ในตัวอย่างทันตแพทย์ที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าความเห็นของลูกค้ามีส่วนร่วมในอัลกอริทึมการค้นหาของ Google Maps ในระดับใด แต่ธุรกิจที่ไม่มีรีวิวเลย คงเทียบธุรกิจที่มีบทวิจารณ์จำนวนมาก ได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นการเรียกร้องลูกค้าให้ริวิวใน โปรไฟล์ Google My Business จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น

ความเห็นจะไม่ปรากฏ จนกว่าเราจะได้รับอย่างน้อยห้ารายการ ดังนั้น อย่าลืมขอร้องให้ลูกค้าที่พึงพอใจในสินค้าและบริการของเรา แสดงความคิดเห็นในเชิงบวกออกมา เราจะไม่สามารถทำอะไรกับรีวิวเชิงลบนอกเหนือจากการตอบกลับตามหลักเกณฑ์ของ Google ดังนั้นจึงควรตรวจสอบสิ่งที่ลูกค้าพูดถึงเราอย่างรอบคอบและตอบกลับอย่างเหมาะสม

รึวิวของลูกค้าที่กล่าวถึงเรา ในแอพอื่น เช่น Yelp, Yahoo Local หรืออื่นๆ ที่รวบรวมรีวิวการบริการก็ถือเป็นการอ้างอิงของธุรกิจ ยิ่งเรามีการอ้างอิงมากเท่าใด ธุรกิจของเราก็มีโอกาสที่จะมีการจัดอันดับใน Google Maps มากขึ้นเท่านั้น

อย่างที่ทราบ เราอาจจะไม่รู้ทั้งหมดเกี่ยวกับอัลกอริทึมของ Google และเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่าการอ้างอิงและความเห็นมีความสำคัญต่อตำแหน่งของเราใน Google Maps แต่ถ้าเรามีลิงก์จำนวนมากที่กล่าวถึงเราในเชิงบวก ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าอย่างแน่นอน


UPDATE: โฆษณาบน Google Maps

Google กำลังจะประกาศคุณลักษณะใหม่ๆ ในการโฆษณาบน Google Maps ในไม่ช้า ซึ่งมีสี่คุณลักษณะ ใหม่ๆ ใน Google Maps ได้แก่ การโปรโมตการปักหมุด, การส่งเสริมการขายในร้านค้า, การปรับแต่งเพจธุรกิจ และฟังก์ชันการค้นหาสินค้าคงคลังในท้องถิ่น นอกจากนี้ อาจมีการแสดงโฆษณาสูงสุด 2 รายการ เพิ่มจาก 1 รายการ ในการค้นหาจากภายในแอป Google Maps เอง คงต้องเราติดตามว่า การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลอะไรกับการตลาดบน Google Maps ในอนาคต


เหนือสิ่งอื่นใด จงอดทน

เช่นเดียวกับการทำการตลาดดิจิทัลอื่นๆ การปรับปรุงการมองเห็นของเราในการตลาดบน Google Maps ก็เช่นเดียวกัน อาจต้องใช้เวลาและไม่มีทางลัด แม้ว่าเราจะทดลองใช้วิธีต่างๆทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว แต่ก็อาจต้องใช้เวลาสักพักนึง กว่าที่การมองเห็นธุรกิจของเราจะดีขึ้นใน Google Maps ดังนั้นอย่าพึ่งหมดหวังและท้อแท้ จงติดตามหาวิธีการใหม่ๆในการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ ปรับปรุงข้อมูลและโปรไฟล์ของเราให้เป็นปัจจุบัน และให้ความสำคัญกับสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือการดูแลลูกค้าของเรา นั่นเอง


ที่มาของข้อมูล:

https://www.wordstream.com/blog/ws/2015/12/03/google-maps-marketing

https://www.2bearsmarketing.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B3-google-map-marketing/

Comments


Post: Blog2_Post

©2011 by Top vision Enterprise Co., Ltd.

bottom of page